logotype
คาถาธรรมบท ภิกขุวรรคที่ ๒๕

๓๖๐. จกฺขุนา สํวโร สาธุ, สาธุ โสเตน สํวโร,
ฆาเนน สํวโร สาธุ, สาธุ ชิวฺหาย สํวโร. (๒๕:๑)


ความสำรวมด้วยจักษุเป็นความดี ความสำรวมด้วยหูเป็นความดี

ความสำรวมด้วยจมูกเป็นความดี ความสำรวมด้วยลิ้นเป็นความดี.

๓๖๑.

กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร,
มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร,
สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ. (๒๕:๒)

ความสำรวมด้วยกายเป็นความดี

ความสำรวมด้วยวาจาเป็นความดี

ความสำรวมด้วยใจเป็นความดี

ความสำรวมในทวารทั้งปวงเป็นความดี

ภิกษุผู้สำรวมแล้วในทวารทั้งปวง

ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.

๓๖๒.

หตฺถสญฺญโต ปาทสญฺญโต,

วาจาย สญฺญโต สญฺญตตฺตโม,
อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต,

เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกฺขุ. (๒๕:๓)

ผู้ที่สำรวมมือสำรวมเท้า สำรวมวาจา

สำรวมตน ยินดีในอารมณ์ภายใน มีจิตตั้งมั่น

อยู่ผู้เดียว สันโดษ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ.

๓๖๓.

โย มุขสญฺญโต ภิกฺขุ, มนฺตภาณี อนุทฺธโต,
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ, มธุรํ ตสฺส ภาสิตํ. (๒๕:๔)

ภิกษุใดสำรวมปาก มีปกติกล่าวด้วยปัญญา

มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมแสดงอรรถและธรรม

ภาษิตของภิกษุนั้นไพเราะ.

๓๖๔.

ธมฺมาราโม ธมฺมรโต, ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ,
ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ, สทฺธมฺมา น ปริหายติ. (๒๕:๕)

ภิกษุผู้มีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม

ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม.

๓๖๕.

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย, นาญฺเญสํ ปิหยญฺจเร,
อญฺเญสํ ปิหยํ ภิกฺขุ, สมาธึ นาธิคจฺฉติ. (๒๕:๖)

ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน

ไม่พึงเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น

เพราะภิกษุปรารถนาลาภของ

ผู้อื่นอยู่ ย่อมไม่บรรลุสมาธิ.

๓๖๖.

อปฺปลาโภปิ เจ ภิกฺขุ, สลาภํ นาติมญฺญติ,
ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ, สุทฺธาชีวึ อตนฺทิตํ. (๒๕:๗)

ถ้าว่าภิกษุแม้มีลาภน้อย

ก็ย่อมไม่ดูหมิ่นลาภของตนไซร้

เทวดาทั้งหลายย่อมสรรเสริญภิกษุนั้น

ผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ ไม่เกียจคร้าน.

๓๖๗.

สพฺพโส นามรูปสฺมึ, ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ,
อสตา จ น โสจติ, ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ. (๒๕:๘)

ผู้ใดไม่มีความยึดถือในนามรูปว่า

ของเราโดยประการทั้งปวง และย่อม

ไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปไม่มีอยู่

ผู้นั้นแลเรากล่าวว่า เป็นภิกษุ.

๓๖๘.

เมตฺตาวิหารี โย ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน,
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ. (๒๕:๙)

ภิกษุใดมีปกติอยู่ด้วยเมตตา

เลื่อมใสแล้วในพระพุทธศาสนา

ภิกษุนั้นพึงบรรลุสันตบทอันเป็น

ที่ระงับสังขารเป็นสุข.

๓๖๙.

สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ, สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ,
เฉตฺวา ราคญฺจ โทสญฺจ, ตโต นิพฺพานเมหิสิ. (๒๕:๑๐)

ดูกรภิกษุ เธอจงวิดเรือนี้

เรือที่เธอวิดแล้วจักถึงเร็ว

เธอตัดราคะและโทสะแล้ว

จักถึงนิพพานในภายหลัง.

๓๗๐.

ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห, ปญฺจ อุตฺตริ ภาวเย,
ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ, โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ. (๒๕:๑๑)

ภิกษุพึงตัดโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕

พึงละอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕

พึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง

ภิกษุล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง ๕ อย่าง

ได้แล้ว เรากล่าวว่า เป็นผู้ข้ามโอฆะได้.

๓๗๑.

ฌาย ภิกฺขุ มา จ ปมาโท,

มา เต กามคุเณ ภมสฺสุ จิตฺตํ,
มา โลหคุฬํ คิลี ปมตฺโต,

มา กนฺทิ ทุกฺขมิทนฺติ ฑยฺหมาโน. (๒๕:๑๒)

ดูกรภิกษุ เธอจงเพ่งและอย่าประมาท

จิตของเธอหมุนไปในกามคุณ

เธออย่าเป็นผู้ประมาทกลืนก้อนโลหะ

อย่าถูกไฟเผาคร่ำครวญว่านี้ทุกข์.

๓๗๒.

นตฺถิ ฌานํ อปญฺญสฺส, ปญฺญา นตฺถิ อฌายโต,
ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ, ส เว นิพฺพานสนฺติเก. (๒๕:๑๓)

ฌานไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา

ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน

ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด

ผู้นั้นแลอยู่ในที่ใกล้นิพพาน.

๓๗๓.

สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน,
อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต. (๒๕:๑๔)

ความยินดีอันมิใช่ของมนุษย์

ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไปสู่เรือนว่าง

ผู้มีจิตสงบ ผู้เห็นแจ้งซึ่งธรรมโดยชอบ.

๓๗๔.

ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ,
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานตํ. (๒๕:๑๕)

ในกาลใดๆ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นความ

เกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย

ในกาลนั้นๆภิกษุนั้นย่อมได้ปีติและปราโมทย์

ปีติและปราโมทย์นั้นเป็นอมตะของบัณฑิต

ทั้งหลายผู้รู้แจ้งอยู่.

๓๗๕.

ตตฺรายมาทิ ภวติ, อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน,
อินฺทฺริยคุตฺติ สนฺตุฏฺฐี, ปาติโมกฺเข จ สํวโร. (๒๕:๑๖)

บรรดาธรรมเหล่านั้นธรรมนี้ คือ

ความคุ้มครองอินทรีย์ ความสันโดษ

และความสำรวมในปาฏิโมกข์ เป็นเบื้องต้น

ของภิกษุผู้มีปัญญาในธรรมวินัยนี้.

๓๗๖.

มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ, สุทฺธาชีเว อตนฺทิเต,
ปฏิสนฺถารวุตฺตฺยสฺส, อาจารกุสโล สิยา,
ตโต ปาโมชฺชพหุโล, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ. (๒๕:๑๗)

ท่านจงคบกัลยาณมิตร มีอาชีพหมดจด

ไม่เกียจคร้าน ภิกษุพึงเป็นผู้ประพฤติปฏิสันถาร

พึงเป็นผู้ฉลาดในอาจาระ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์

เพราะความประพฤติในปฏิสันถาร และความเป็นผู้ฉลาด

ในอาจาระนั้นจักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.

๓๗๗.

วสฺสิกา วิย ปุปฺผานิ, มทฺทวานิ ปมุญฺจติ,
เอวํ ราคญฺจ โทสญฺจ, วิปฺปมุญฺเจถ ภิกฺขโว. (๒๕:๑๘)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเปลื้อง

ราคะและโทสะเสีย เหมือนมะลิปล่อยดอก

ที่เหี่ยวแห้งแล้ว ฉะนั้น.

๓๗๘.

สนฺตกาโย สนฺตวาโจ, สนฺตมโน สุสมาหิโต,
วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโตติ วุจฺจติ. (๒๕:๑๙)

ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ

มีใจตั้งมั่นดี มีอามิสในโลกอันคายแล้ว

เรากล่าวว่า เป็นผู้สงบระงับ.

๓๗๙.

อตฺตนา โจทยตฺตานํ, ปฏิมํเสตมตฺตนา,
โส อตฺตคุตฺโต สติมา, สุขํ ภิกฺขุ วิหาหิสิ. (๒๕:๒๐)

จงเตือนตนด้วยตนเอง

จงสงวนตนด้วยตนเอง

ดูกรภิกษุ เธอนั้นผู้มีตนอันคุ้ม

ครองแล้ว มีสติ จักอยู่เป็นสุข.

๓๘๐.

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ, อตฺตา หิ อตฺตโน คติ,
ตสฺมา สญฺญม อตฺตานํ, อสฺสํ ภทฺรํว วาณิโช. (๒๕:๒๑)

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

ตนแลเป็นคติของตน

เพราะเหตุนั้น ท่านจงสำรวมตน

เหมือนพ่อค้าระวังม้าดีไว้ ฉะนั้น.

๓๘๑.

ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน,
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ. (๒๕:๒๒)

ภิกษุผู้มากด้วยความปราโมทย์

เลื่อมใสแล้วในพุทธศาสนา

พึงบรรลุสันตบทอันเป็นที่เข้า

ไปสงบแห่งสังขาร เป็นสุข.

๓๘๒.

โย หเว ทหโร ภิกฺขุ, ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน,
โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.

ภิกฺขุวคฺโค ปญฺจวีสติโม นิฏฺฐิโต. (๒๕:๒๓)

ภิกษุใดแล ยังเป็นหนุ่ม

ย่อมเพียรพยายามในพุทธศาสนา

ภิกษุนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างไสว

เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น.

จบภิกขุวรรคที่ ๒๕

 

 

image1 image2 image3
Home บาลีไวยากรณ์ปุจฉาวิสัชชนา ปัญหาและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๕๐

Main Menu

Print E-mail
Article Index
ปัญหาและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๕๐
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๔๗
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๔๘
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๔๙
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๕๐
All Pages
 

 

 

ปัญหาและเฉลยบาลีไวยากรณ์ พ.. ๒๕๔๖

 

๑.อะไรเรียกว่า อักขระ พยัญชนะ และนิคคหิต ฯ อักขระ พยัญชนะ และนิคคหิต ในคำทั้ง ๓ นั้น คำไหนแปลว่าอย่างไร ? ฯ

๑.เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า อักขระ ฯ อักขระที่เหลือจากสระ ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด เรียกว่า พยัญชนะ ฯ พยัญชนะ คือ อํ เรียกว่า นิคคหิต ฯ ในคำทั้ง ๓ นั้น มีคำแปลอย่างนี้ ฯ อักขระแปลว่า ไม่รู้จักสิ้นอย่าง๑ ไม่เป็นของแข็งอย่าง๑ ฯ พยัญชนะ แปลว่า ทำเนื้อความให้ปรากฏ ฯ นิคคหิตแปลว่า กดสระฯ

๒.การลงอาคมในพยัญชนะสนธิและนิคคหิตสนธิ มีลักษณะต่างกันอย่างไร ? จงอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างมาประกอบ ? ฯ ยตฺรฏฺฐิโต ,อหนฺทานิ เป็นสนธิอะไร ? ตัดและต่ออย่างไร ?

๒.มีลักษณะต่างกันอย่างนี้คือ การลงอาคมในพยัญชนะสนธิ ถ้ามีสระอยู่เบื้องหลัง ลงพยัญชนะอาคม ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ ได้บ้าง ตัวอย่างเช่น

ย อาคม ยถา-อิทํ เป็น ยถายิทํ

ว อาคม อุ-ทิกฺขติ เป็น วุทิกฺขติ

ม อาคม ครุ-เอสฺสติ เป็น ครุเมสฺสติ

ท อาคม อตฺต-อตฺโถ เป็น อตฺตทตฺโถ

น อาคม อิโต อายติ เป็น อิโตนายติ

ต อาคม ตสฺมา-อิห เป็น ตสฺมาติห

ร อาคม สพฺภิ-เอว เป็น สพฺภิเรว

ฬ อาคม ฉ-อายตนํ เป็น ฉฬายตนํ

ในสัททนีติว่าลง ห อาคมก็ได้ ตัวอย่างเช่น สุ-อุชุ เป็น สุหุชุ ส่วนการลงอาคมนิคคหิตสนธิ เมื่อสระก็ดี พยัญชนะก็ดี อยู่เบื้องหลังลงนิคคหิตอาคมได้บ้าง ตัวอย่างเช่น อว-สิโร เป็น อวํสิโร เป็นต้น ฯ

ยตฺรฏฺฐิโต เป็น สัญโญคพยัญชนะสนธิ ตัดเป็น ยตฺร-ฐิโต ซ้อนหน้าพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกัน ตามหลักแห่งการสังโยค คือ บรรดาพยัญชนะวรรคทั้งปวง พยัญชนะที่๑ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่๑ ที่ ๒ ในวรรคของตนได้ พยัญชนะที่ ๓ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่๓และที่ ๔ ในวรรคของตนได้ พยัญชนะที่ ๕ ซ้อนหน้าพยัญชนะวรรคในวรรคของตนได้ทุกตัว ยกเว้น ง ซ้อนหน้าพยัญชนะในวรรคของตนเองได้ทุกตัว แต่ซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้ ในคำว่า ยตฺรฏฺฐิโต นี้ พยัญชนะที่ ๑ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๒ ต่อเป็น ยตฺรฏฺฐิโต ฯ

อหนฺทานิ เป็นโลปสระสนธิและอาเทสนิคคหิตสนธิ ตัดเป็น อหํ-อิทานิ เมื่อนิคคหิตอยู่หน้าสระอยู่หลัง ลบสระหลัง คือ อิ ที่ อิทานิ แล้ว อาเทสนิคคหิต เป็น น ต่อเป็น อหนฺทานิ ฯ

๓.จงตอบคำถามต่อไปนี้

ก.จกฺขุ เป็นอะไรนามศัพท์และลิงค์อะไร ?

ข.อุปาสิกา เมื่อแจกในอาลปนะวิภัตติ มีรูปอย่างไรบ้าง ?

ค.อายสฺมโต เป็นวิภัตติอะไรบ้าง ?

ง.สฏฺฐี,ปณฺณรสี เป็นสังขยาชนิดไหน ?

จ.ตทา,กุหึ แปลว่าอย่างไร ? สำเร็จมาจากอะไร ?

๓.ได้ตอบคำถามดังต่อไปนี้ คือ

ก.จกฺขุ เป็นนาม เป็นนปุงสกลิงค์

ข.อุปาสิกา เมื่อแจกในอาลปนะวิภัตติมีรูปอย่างนี้คือ เอกวจนะ เป็น อุปาสิเก พหุวจนะ มีรูปเป็น อุปาสิกาโย และ อุปาสิกา ฯ

ค.อายสฺมโต เป็นได้ ๒ วิภัตติ คือ ส จตุตถีวิภัตติ และฉัฏฐีวิภัตติ เอกวจนะ ฯ

ง.สฏฺฐี เป็นปกติสังขยา ปณฺณรสี เป็นปูรณสังขยา ฯ

จ.ตทา แปลว่า ในกาลนั้น,เมื่อนั้น สำเร็จมาจาก ต ศัพท์ + ทา ปัจจัย ต่อเป็น ตทา กุหึ แปลว่า ใน-ไหน สำเร็จมาจาก กึ + หึ ปัจจัย แปลง กึ เป็น กุ ฯ

๔.ในอาขยาตท่านจัดวาจกไว้เท่าไหร่ ? อะไรบ้าง ? วาจกไหนลงปัจจัยอะไรบ้าง ? จงแก้คำที่เห็นว่าผิดให้ถูต้องตามหลังไวยากรณ์ในประโยคต่อไปนี้

ก.โสโก วา ภยํ วา เปมโต ชายติ ฯ

ข.สา กุมาริกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ ฯ

๔.ในอาขยาตท่านจัดวาจกไว้ ๕ วาจก คือ กัตตุวาจก กัมมวาจก ภาววาจก เหตุกัตตุวาจก เหตุกัมมวาจก ฯ แต่ละวาจกลงปัจจัยดังนี้ คือ กัตตุวาจก ลงปัจจัย ๑๐ ตัว คือ อ เอ ย ณุ นา ณา ณฺหา โอ เณ ณย ,กัมมวาจก ลง ย ปัจจัย กับทั้ง อิ อาคมหน้า ย ด้วย ,ภาววาจก ลง ย ปัจจัย , เหตุกัตตุวาจก ลงปัจจัย ๔ ตัว คือ เณ ณย ณาเป ณาปย ตัวใดตัวหนึ่ง,เหตุกัมมวาจกลงปัจจัย ๑๐ ตัวนั้นด้วย ลงเหตุปัจจัย คือ ณาเป ด้วย ลง ย ปัจจัย กับทั้ง อิ อาคมหน้า ย ด้วย ฯ

ได้แก้คำที่ผิดให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ดังนี้

ก.โสโก วา ภยํ วา เปมโต ชายติ ฯ หรือ โสโก จ ภยํ จ เปมโต ชายนฺติ

ข.สา กุมาริกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ หรือ ตา กุมาริกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ ฯ

๕. ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์ ในที่เช่นไร ใช้บอกกัตตุวาจก ฯในที่เช่นไร ใช้บอกกัมมวาจก ฯ จงตอบพร้อมทั้งยกตัวอย่างมาประกอบ ฯ สุขานุภวนํ (ฐานํ) , สภานุปสฺสี ลงปัจจัย อะไร ? เป็นรูปและสาธนะอะไร ? จงตั้งวิเคราะห์มาดู ฯ

๕.ต ปัจจัยที่ลงหลังอกัมมธาตุ บอกกัตตุวาจก ตัวอย่างเช่น มโต ฐิโต นิสินฺโน เป็นต้น ในที่ลงหลังสกัมมธาตุ บอกกัมมวาจก ตัวอย่างเช่น กโต หโต ทิฏฺโฐ เป็นต้น ฯ

สุขานุภาวนํ ลง ยุ ปัจจัย เป็นกัตตุรูป อธิกรณสาธนะ วิ.สุขํ อนุภาวติ เอตฺถาติ สุขานุภาวนํ (ฐานํ)

สุภานุปสฺสี ลง ณี ปัจจัย เป็นกัตตุรูป กัตตุสาธนะ ลงในอรรถแห่งตัสสีละ วิ. สุภํ อนุปสฺสติ สีเลนาติ สุภานุปสฺสี หรือ สมาสรูป ตัสสีลสาธนะ วิ. สุภํ อนุปสฺสิต สีลมสฺสาติ สุภานุปสฺสี ฯ

๖.กัมมธายสมาส กับ ตัปปุริสสมาส ต่างกันอย่างไร ฯ จงตอบพร้อมทั้งยกตัวอย่างมาประกอบด้วย ฯ

อญฺญาณาภิภูโต (ปุริโส) , สวิญฺญาณกํ (ธนํ) เป็นสมาสอะไรบ้าง ? จงตั้งวิเคราะห์มาตามลำดับ ฯ

๖.ต่างกันอย่างนี้คือ กัมมธารยสมาส มีวิภัตติและวจนะเสมอกัน บทหนึ่งเป็นประธานคือเป็นนามนาม บทหนึ่งเป็นวิเสสนะคือเป็นคุณนาม หรือเป็นคุณนามทั้ง ๒ บท มีบทอื่นเป็นประธาน ที่ท่านย่อเข้าเป็นบทเดียวกัน ตังอย่างเช่น มหนฺโต ปุริโส เป็น มหาปุริโส, ขตฺติยา กญฺญา เป็น ขตฺติยกญฺญา, นีลํ อุปฺปลํ เป็น นีลุปฺปลํ

ส่วนตัปปุริสสมาส มีวิภัตติและวจนะไม่เสมอกัน ตัวอย่างเช่น สุขํ ปตฺโต เป็น สุขปฺปตฺโต , รญฺโญ ปุตฺโต เป็น ราชปุตฺโต เป็นต้น ฯ

อญฺญาณาภิภูโต (ปุริโส) เป็นตติยาตัปปุริสสมาส มี นบุพพบท กัมมธารยสมาส เป็นท้อง ตั้งวิเคราะห์ตามลำดับดังนี้

นบุพฺ.กัม.วิ น ญาณํ อญฺญาณํ

ตติยาตัป.วิ อญฺญาเณน อภิภูโต อญฺญาณาภิภูโต (ปุริโส) ฯ

สวิญฺญาณกํ (ธนํ) เป็น สหบุพพบท พหุพพิหิสมาส ตั้งวิเคราะห์ว่า สห วิญฺญาเณน ยํ วตฺตตีติ

สวิญฺญาณกํ (ธนํ) ฯ

๗.วิภาคตัทธิต มีปัจจัยเท่าไร ? อะไรบ้าง ? ปัจจัยเหล่านี้นิยมใช้ประกอบกับศัพท์ชนิดไหน ? ฯ อุฏฺฐานาวา ,

โสสานิกา (ภิกฺขู) ลงปัจจัยอะไร? ในตัทธิตไหน ? จงตั้งวิเคราะห์มาดู ฯ

๗.มี ๒ ตัว คือ ธา โส ฯ นิยมใช้ประกอบกับศัพท์ดังนี้ คือ ธา ปัจจัย นิยมใช้ประกอบกับศัพท์ที่เป็นปกติสังขยา เช่น เอกธา ทฺวิธา ติธา เป็นต้น โส ปัจจัย นิยมใช้ประกอบกับศัพท์ที่เป็นนามนาม เช่น สุตฺตโส พยญฺชนโส ปทโส เป็นต้น ฯ

 



Last Updated on Sunday, 26 February 2012 00:25
 
joomla template