logotype
คาถาธรรมบท ภิกขุวรรคที่ ๒๕

๓๖๐. จกฺขุนา สํวโร สาธุ, สาธุ โสเตน สํวโร,
ฆาเนน สํวโร สาธุ, สาธุ ชิวฺหาย สํวโร. (๒๕:๑)


ความสำรวมด้วยจักษุเป็นความดี ความสำรวมด้วยหูเป็นความดี

ความสำรวมด้วยจมูกเป็นความดี ความสำรวมด้วยลิ้นเป็นความดี.

๓๖๑.

กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร,
มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร,
สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ. (๒๕:๒)

ความสำรวมด้วยกายเป็นความดี

ความสำรวมด้วยวาจาเป็นความดี

ความสำรวมด้วยใจเป็นความดี

ความสำรวมในทวารทั้งปวงเป็นความดี

ภิกษุผู้สำรวมแล้วในทวารทั้งปวง

ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.

๓๖๒.

หตฺถสญฺญโต ปาทสญฺญโต,

วาจาย สญฺญโต สญฺญตตฺตโม,
อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต,

เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกฺขุ. (๒๕:๓)

ผู้ที่สำรวมมือสำรวมเท้า สำรวมวาจา

สำรวมตน ยินดีในอารมณ์ภายใน มีจิตตั้งมั่น

อยู่ผู้เดียว สันโดษ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ.

๓๖๓.

โย มุขสญฺญโต ภิกฺขุ, มนฺตภาณี อนุทฺธโต,
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ, มธุรํ ตสฺส ภาสิตํ. (๒๕:๔)

ภิกษุใดสำรวมปาก มีปกติกล่าวด้วยปัญญา

มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมแสดงอรรถและธรรม

ภาษิตของภิกษุนั้นไพเราะ.

๓๖๔.

ธมฺมาราโม ธมฺมรโต, ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ,
ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ, สทฺธมฺมา น ปริหายติ. (๒๕:๕)

ภิกษุผู้มีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม

ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม.

๓๖๕.

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย, นาญฺเญสํ ปิหยญฺจเร,
อญฺเญสํ ปิหยํ ภิกฺขุ, สมาธึ นาธิคจฺฉติ. (๒๕:๖)

ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน

ไม่พึงเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น

เพราะภิกษุปรารถนาลาภของ

ผู้อื่นอยู่ ย่อมไม่บรรลุสมาธิ.

๓๖๖.

อปฺปลาโภปิ เจ ภิกฺขุ, สลาภํ นาติมญฺญติ,
ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ, สุทฺธาชีวึ อตนฺทิตํ. (๒๕:๗)

ถ้าว่าภิกษุแม้มีลาภน้อย

ก็ย่อมไม่ดูหมิ่นลาภของตนไซร้

เทวดาทั้งหลายย่อมสรรเสริญภิกษุนั้น

ผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ ไม่เกียจคร้าน.

๓๖๗.

สพฺพโส นามรูปสฺมึ, ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ,
อสตา จ น โสจติ, ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ. (๒๕:๘)

ผู้ใดไม่มีความยึดถือในนามรูปว่า

ของเราโดยประการทั้งปวง และย่อม

ไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปไม่มีอยู่

ผู้นั้นแลเรากล่าวว่า เป็นภิกษุ.

๓๖๘.

เมตฺตาวิหารี โย ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน,
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ. (๒๕:๙)

ภิกษุใดมีปกติอยู่ด้วยเมตตา

เลื่อมใสแล้วในพระพุทธศาสนา

ภิกษุนั้นพึงบรรลุสันตบทอันเป็น

ที่ระงับสังขารเป็นสุข.

๓๖๙.

สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ, สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ,
เฉตฺวา ราคญฺจ โทสญฺจ, ตโต นิพฺพานเมหิสิ. (๒๕:๑๐)

ดูกรภิกษุ เธอจงวิดเรือนี้

เรือที่เธอวิดแล้วจักถึงเร็ว

เธอตัดราคะและโทสะแล้ว

จักถึงนิพพานในภายหลัง.

๓๗๐.

ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห, ปญฺจ อุตฺตริ ภาวเย,
ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ, โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ. (๒๕:๑๑)

ภิกษุพึงตัดโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕

พึงละอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕

พึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง

ภิกษุล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง ๕ อย่าง

ได้แล้ว เรากล่าวว่า เป็นผู้ข้ามโอฆะได้.

๓๗๑.

ฌาย ภิกฺขุ มา จ ปมาโท,

มา เต กามคุเณ ภมสฺสุ จิตฺตํ,
มา โลหคุฬํ คิลี ปมตฺโต,

มา กนฺทิ ทุกฺขมิทนฺติ ฑยฺหมาโน. (๒๕:๑๒)

ดูกรภิกษุ เธอจงเพ่งและอย่าประมาท

จิตของเธอหมุนไปในกามคุณ

เธออย่าเป็นผู้ประมาทกลืนก้อนโลหะ

อย่าถูกไฟเผาคร่ำครวญว่านี้ทุกข์.

๓๗๒.

นตฺถิ ฌานํ อปญฺญสฺส, ปญฺญา นตฺถิ อฌายโต,
ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ, ส เว นิพฺพานสนฺติเก. (๒๕:๑๓)

ฌานไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา

ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน

ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด

ผู้นั้นแลอยู่ในที่ใกล้นิพพาน.

๓๗๓.

สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน,
อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต. (๒๕:๑๔)

ความยินดีอันมิใช่ของมนุษย์

ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไปสู่เรือนว่าง

ผู้มีจิตสงบ ผู้เห็นแจ้งซึ่งธรรมโดยชอบ.

๓๗๔.

ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ,
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานตํ. (๒๕:๑๕)

ในกาลใดๆ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นความ

เกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย

ในกาลนั้นๆภิกษุนั้นย่อมได้ปีติและปราโมทย์

ปีติและปราโมทย์นั้นเป็นอมตะของบัณฑิต

ทั้งหลายผู้รู้แจ้งอยู่.

๓๗๕.

ตตฺรายมาทิ ภวติ, อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน,
อินฺทฺริยคุตฺติ สนฺตุฏฺฐี, ปาติโมกฺเข จ สํวโร. (๒๕:๑๖)

บรรดาธรรมเหล่านั้นธรรมนี้ คือ

ความคุ้มครองอินทรีย์ ความสันโดษ

และความสำรวมในปาฏิโมกข์ เป็นเบื้องต้น

ของภิกษุผู้มีปัญญาในธรรมวินัยนี้.

๓๗๖.

มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ, สุทฺธาชีเว อตนฺทิเต,
ปฏิสนฺถารวุตฺตฺยสฺส, อาจารกุสโล สิยา,
ตโต ปาโมชฺชพหุโล, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ. (๒๕:๑๗)

ท่านจงคบกัลยาณมิตร มีอาชีพหมดจด

ไม่เกียจคร้าน ภิกษุพึงเป็นผู้ประพฤติปฏิสันถาร

พึงเป็นผู้ฉลาดในอาจาระ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์

เพราะความประพฤติในปฏิสันถาร และความเป็นผู้ฉลาด

ในอาจาระนั้นจักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.

๓๗๗.

วสฺสิกา วิย ปุปฺผานิ, มทฺทวานิ ปมุญฺจติ,
เอวํ ราคญฺจ โทสญฺจ, วิปฺปมุญฺเจถ ภิกฺขโว. (๒๕:๑๘)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเปลื้อง

ราคะและโทสะเสีย เหมือนมะลิปล่อยดอก

ที่เหี่ยวแห้งแล้ว ฉะนั้น.

๓๗๘.

สนฺตกาโย สนฺตวาโจ, สนฺตมโน สุสมาหิโต,
วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโตติ วุจฺจติ. (๒๕:๑๙)

ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ

มีใจตั้งมั่นดี มีอามิสในโลกอันคายแล้ว

เรากล่าวว่า เป็นผู้สงบระงับ.

๓๗๙.

อตฺตนา โจทยตฺตานํ, ปฏิมํเสตมตฺตนา,
โส อตฺตคุตฺโต สติมา, สุขํ ภิกฺขุ วิหาหิสิ. (๒๕:๒๐)

จงเตือนตนด้วยตนเอง

จงสงวนตนด้วยตนเอง

ดูกรภิกษุ เธอนั้นผู้มีตนอันคุ้ม

ครองแล้ว มีสติ จักอยู่เป็นสุข.

๓๘๐.

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ, อตฺตา หิ อตฺตโน คติ,
ตสฺมา สญฺญม อตฺตานํ, อสฺสํ ภทฺรํว วาณิโช. (๒๕:๒๑)

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

ตนแลเป็นคติของตน

เพราะเหตุนั้น ท่านจงสำรวมตน

เหมือนพ่อค้าระวังม้าดีไว้ ฉะนั้น.

๓๘๑.

ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน,
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ. (๒๕:๒๒)

ภิกษุผู้มากด้วยความปราโมทย์

เลื่อมใสแล้วในพุทธศาสนา

พึงบรรลุสันตบทอันเป็นที่เข้า

ไปสงบแห่งสังขาร เป็นสุข.

๓๘๒.

โย หเว ทหโร ภิกฺขุ, ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน,
โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.

ภิกฺขุวคฺโค ปญฺจวีสติโม นิฏฺฐิโต. (๒๕:๒๓)

ภิกษุใดแล ยังเป็นหนุ่ม

ย่อมเพียรพยายามในพุทธศาสนา

ภิกษุนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างไสว

เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น.

จบภิกขุวรรคที่ ๒๕

 

 

image1 image2 image3
Home บาลีไวยากรณ์ปุจฉาวิสัชชนา ปัญหาและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๕

Main Menu

ปัญหาและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๕ Print E-mail
Article Index
ปัญหาและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๕
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๑๒
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๑๓
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๑๔
ปัญหาและเฉลย พ.ศ. ๒๕๑๕
All Pages


ปัญหาและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์พ.ศ. ๒๕๑๑

 

๑. บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็นกี่ภาค อะไรบ้าง ? และในภาคนั้น ๆ ว่าด้วยเรื่องอะไร ?

๑. บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น ๔ ภาค คือ อักขรวิธี ๑ วจีวิภาค ๑วากยสัมพันธ์ ๑ ฉันทลักษณะ ๑

(๑) อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น ๒ คือ สมัญญาภิธาน แสดงชื่ออักษรที่เป็นสระและพยัญชนะพร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑ สนธิ ต่ออักษรที่อยู่ในคำอื่นให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน ๑

(๒) วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ นาม ๑ อัพยยศัพท์ ๑ สมาส ๑ ตัทธิต ๑ อาขยาต ๑ กิตก์ ๑

(๓) วากยสัมพันธ์ ว่าด้วยการก และประพันธ์ผูกคำพูดที่แบ่งไว้ในวจีวิภาคให้เข้าเป็นประโยคอันเดียวกัน

(๔) ฉันทลักษณะ แสดงวิธีแต่งฉันท์ คือ คาถาที่เป็นวรรณพฤทธิ์ และ มาตราพฤทธิ์ ฯ

๒. พยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร อะไรบ้าง ? เอวงฺโข,จูภยํ และ อิธปฺปโมทติ ตัดบทเป็นอย่างไร ?จัดเข้าในสนธิไหน ?

๒. พยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ โลโป ๑ อาเทโส ๑อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑

เอวงฺโข ตัดบทเป็น เอวํ-โข จัดเข้าในอาเทสนิคคหิตสนธิ ฯ

จูภยํ ตัดบทเป็น จ-อุภยํ จัดเข้าใน ทีฆสระสนธิ (ทีฆะ สระหลัง)

อธปฺปโมทติ ตัดบทเป็น อิธ-ปโมทติ จัดเข้าในสัญโญคพยัญชนะสนธิ (ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกัน)ฯ

๓. ศัพท์เช่นไร เรียกว่าอัพยยศัพท์ จัดเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง ? มีวิธีใช้อย่างไร ?จงยกอุทาหรณ์มาประกอบด้วย?

๓. ศัพท์จำพวกหนึ่งจะแจกด้วยวิภัตติทั้ง ๗ แปลงรูปไปต่าง ๆ เหมือนนามทั้ง ๓ ไม่ได้ คงรูปอยู่อย่างเดียว ศัพท์เหล่านี้เรียกว่า "อัพยยศัพท์"จัดเป็น ๓ ชนิด คือ อุปสัค ๑ นิบาต ๑ ปัจจัย ๑ มีวิธีใช้ดังนี้:-

(๑) อุปสัค ใช้นำหน้านามและกิริยาให้วิเศษขึ้น:-

เมื่อนำหน้านามมีอาการคล้ายคุณศัพท์ เช่น อธิปติ อนุนายโก, เมื่อนำหน้ากิริยา มีอาการคล้ายกิริยาวิเสสนะ อุทาหรณ์ เช่น อธิเสติ, วิชานาติ, ปชานาติ เป็นต้น

(๒) นิบาต ใช้ลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง กิริยาศัพท์บ้าง นำหน้าประโยคบ้าง บอกอาลปนะ กาล ที่ ปริจเฉท เป็นต้น อุทาหรณ์ เช่น ลาภา วต เม สกฺขิสฺสติ นุ โข อุทาหุ โน (สกฺขิสฺสติ) หนฺท เช อิมํ ภณฺฑํ คณฺหาหิ

(๓) ปัจจัย สำหรับใช้ลงท้ายนามศัพท์เป็นเครื่องหมายวิภัตติบ้าง อุทาหรณ์ เช่น สพฺพโต ปจฺฉโต สพฺพตฺถ อิทานิฯ

เมื่อลงท้ายธาตุเป็นเครื่องหมายกิริยาบ้าง อุทาหรณ์เช่น กาเตฺว กาตุํ กตฺวา ฯ

๔.วิภัตติอาขยาตเมื่อประกอบกับธาตุลงอาคมอะไร ?ได้บ้าง และนิยมลงในที่เช่นไร?

จงแก้คำที่เห็นว่าผิดในประโยคต่อไปนี้ ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

ก. เม สรีรํ มชฺเฌ ภินฺทตุ

ข. มทฺทิตุํ เปสิยนฺตี หตฺถี ทูรโต ว ปฏิกฺกมิ

ค. สีลวา อิตฺถี สุขํ ปตฺโต โหติ ?

๔.วิภัตติอาขยาตเมื่อประกอบกับธาตุ ลงอาคมได้ ๔ ตัว คือ อ อิ ส หและนิยมลงได้เฉพาะที่ และในวิภัตติบางหมวดดังต่อไปนี้:-

(๑) อ อาคม ลงหน้าธาตุที่ประกอบด้วยวิภัตติหมวด หิยตฺตนี อชฺชตฺตนี และ กาลาติปตฺติ เช่น อวจํ, อกาสึ, อภวิสฺส

(๒) อิ อาคม ลงหลังธาตุ และปัจจัยที่ประกอบด้วยวิภัตติ หมวดอชฺชตฺตนี ภวิสฺสนฺติ และ กาลาติปตฺติ เช่น วสิมฺหา, กริสฺสามิ, อลภิสฺส

(๓) ส อาคม ลงได้เฉพาะ ในวิภัตติ หมวด อชฺชตฺตนี เช่น อคมาสิ, อาโรเจสุํ

(๔) ห อาคม ลงได้เฉพาะในวิภัตติหมวดอชฺชตฺตนี และ เฉพาะ ฐา ธาตุ เช่น ปติฏฺฐหิ ปติฏฺฐหึสุ

แก้คำที่เห็นว่าผิดให้ถูกตามหลักไว้ยากรณ์ ดังนี้

ก. มม สรีรํ (สรีรํ เม) มชฺเฌ ภิชฺชตุ

ข. มทฺทิตุํ เปสิยมาโน หตฺถี ทูรโต ว ปฏิกฺกมิ

ค. สีลวตี อิตฺถี สุขํ ปตฺตา โหติ ฯ

๕. ปัจจัยนามกิตก์แบ่งเป็นกี่พวก และใช้ต่างกันอย่างไร? ศัพท์ต่อไปนี้ลงปัจจัยอะไร ? มีวิเคราะห์อย่างไร ?สีลรกฺขิกา (อิตฺถี) จีวรปารุปนํ (ฐานํ), นิสฺสโย (อาจริโย)?

๕. ปัจจัยนามกิตก์แบ่งเป็น ๓ พวก ใช้ต่างกันอย่างนี้คือ:-

(๑) กิตปัจจัย สำหรับประกอบกับศัพท์ที่เป็นกัตตุรูป อย่างเดียว

(๒) กิจจปัจจัย สำหรับประกอบกับศัพท์ที่เป็นกัมมรูป และภาวรูป

(๓) กิตกิจจปัจจัย สำหรับประกอบกับศัพท์แม้ทั้งสามนั้น คือกัตตุรูป กัมมรูป และ ภาวรูป

สีลรกฺขิกา ลง ณฺวุ ปัจจัย วิ. สีลํ รกฺขตีติ สีลรกฺขิกา (อิตฺถี)

จีวรปารุปนํ ลง ยุ ปัจจัย วิ. จีวรํ ปารุปนฺติ เอตฺถาติ จีวรปารุปนํ (ฐานํ)

นิสฺสโย ลง อ ปัจจัย วิ. นิสฺสาย นํ วสตีติ นิสฺสโย (อาจริโย)

๖. ลุตตสมาส กับ อลุตตสมาส มีข้อต่างกันอย่างไร ? จงให้ตัวอย่างมาดู ? สนฺตวาโจ (ภิกฺขุ), ตุจฺฉปตฺตหตฺโถ (ปจฺเจกพุทฺโธ), นิทฺทรถํ เป็นสมาสอะไร ? จงตั้งวิเคราะห์มาตามลำดับ?

๖. ลุตตสมาส กับ อลุตตสมาส มีข้อต่างกัน อย่างนี้ คือ:-

ลุตตสมาส ลบวิภัตติของศัพท์หน้าเสีย ในเมื่อย่อศัพท์เข้าเป็นบทเดียวกัน เช่น สุขํ ปตฺโต สุขปฺปตฺโต เป็นต้น

ส่วนอลุตตสมาส มิได้ลบวิภัตติเช่นนั้น คงไว้ตามเดิม เช่น มาตาปิตโร อุรสิโลโม เป็นต้น

สนฺตวาโจ เป็นฉัฏฐีตุลยาธิกรณพหุพพิหิสมาส มีวิเคราะห์ดังนี้

สนฺตา วาจา ยสฺส โส สนฺตวาโจ (ภิกฺขุ)

ตุจฺฉปตฺตหตฺโถ เป็น ฉัฏฐีภินนาธิกรณพหุพพิหิสมาส มีวิเสสนบุพพบท กัมมธารยสมาส เป็นภายใน มีวิเคราะห์ตามลำดับ ดังนี้

วิเสสน. กัมม. ตุจฺโต ปตฺโต ตุจฺฉปตฺโต

ฉัฏฐี. ภินฺน. พหุพ. ตุจฺฉปตฺโต หตฺเถสุ ยสฺส โส ตุจฺฉปตฺตหตฺโถ (ปจฺเจกพุทฺโธ)

นิทฺทรถํ เป็น อุปสัคคบุพพกะ อัพยยีภาวสมาสมีวิเคราะห์ดังนี้ ทรถสฺส อภาโว นิทฺทรถํ ฯ

๗. ณิก ปัจจัย มีในตัทธิตไหนบ้าง ? และใช้ต่างกันอย่างไร?อาปายิโก (เทวทตฺโต), โกสลฺลํ, ปาปิมา (มาโร), ลงปัจจัยอะไร ?จงตั้งวิเคราะห์มาดู?

๗. ณิก ปัจจัย มีในโคตตตัทธิต และตรตยาทิตัทธิตณิกปัจจัย ในโคตตตัทธิต ใช้แทนศัพท์ได้เฉพาะ "อปจฺจ" ศัพท์

อย่างเดียว

ส่วน ณิก ปัจจัย ในตรตยาทิตัทธิต ใช้แทนศัพท์ได้ทั่วไป ไม่จำกัด

อาปายิโก ลง ณิก ปัจจัย ในตรตยาทิตัทธิต วิ. อปาเย นิพฺพตฺโต อาปายิโก (เทวทตฺโต)

โกสลฺลํ ลง ณฺย ปัจจัย ใน ภาวตัทธิต วิ. กุสลสฺส ภาโว โกสลฺลํ

ปาปิมา ลง อิมนฺตุ ปัจจัย ตามนัยสัททนีติ วิ. ปาปํ อสฺส อตฺถีติ ปาปิมา (มาโร)ฯ



 
joomla template